อาหารจากพ่อ

When : 7 - 27 ตุลาคม 2560 เวลา 16.00 - 20.00 น.
Where : Skull Conner

ชิมอาหารจากชาวเชฟในช่างชุ่ย ที่ร่วมรังสรรค์เมนูจากใจ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระจริยวัตร และพระราชกรณียกิจ ของในหลวงรัชกาลที่ 9  ที่ทรงงานในโครงการพระราชดำริต่างๆ คือ

คือ ข้าวสังข์หยดพัทลุง ปลานิล ผักโครงการหลวง

ผ่านเมนูอาหารของ 'ร้านนิลก็พอ' บริเวณกรีนโซน

เมนู 'ร้านนิลก็พอ'

- รากบัวทอดกระเทียม  

- ข้าว ไข่แดงเยิ้ม ปลานิลกรอบ

- ข้าวกระเทียม ไข่แดงเยิ้ม ปลานิลกรอบ

- หมี่นิลน้ำ

- หมี่นิลแห้ง

เมนู 'ร้านนิลก็พอ' ได้นำ "ข้าวสังข์หยดพัทลุง” ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิมที่ปลูกใน จ.พัทลุง โดยปลูกได้ปีละ 1 ครั้ง นิยมกินแบบข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ซึ่งจะให้ประโยชน์มากกว่าข้าวกล้องและข้าวซ้อมมือทั่วไป  พร้อมนำปลานิล และผักสด มาคิดค้นสูตรอาหารที่ปราศจากเครื่องปรุงอื่นๆ นอกจากวัตถุดิบจากธรรมชาติและน้ำมันต่างๆ

ผู้ออกแบบเมนู   นายวศิน สายวรรณะ (เชฟแชมป์)

ประสบการณ์

- Private Chef กรุง Moscow

- Executive Chef 

เมือง Hamburg  ประเทศ Germany


'ข้าว'

“ข้าวต้องปลูก เพราะอีก 20 ปี ประชากรอาจจะ 80 ล้านคน ข้าวจะไม่พอ เราจะต้องซื้อข้าวจากต่างประเทศ เรื่องอะไร ประชากรคนไทยไม่ยอม คนไทยต้องมีข้าว แม้ข้าวที่ปลูกในเมืองไทยจะสู้ข้าวที่ปลูกในต่างประเทศไม่ได้ เราต้องปลูก” พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรโครงการโคกภูแล จ.นราธิวาส พ.ศ.2536

 จะเห็นว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงสนพระราชหฤทัยในเรื่องข้าวเป็นอย่างมาก เนื่องจากข้าวเป็นอาหารหลักของชาวไทยและเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ และอาชีพทำนาก็ยังคงเป็นอาชีพหลักของชาวไทยอีกเป็นจำนวนมาก พระองค์จึงทรงค้นหาวิธีที่จะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการทำนา เพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของข้าวให้สูงขึ้น ซึ่งพันธุ์ข้าวต่างๆ ที่จะพระราชทานนั้น ก็ได้รับการปรุบปรุงและพัฒนาสายพันธุ์จนมีคุณภาพดี เหมาะสำหรับที่ชาวนาจะนำไปขยายพันธุ์เพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพให้ให้สูงขึ้น โดยมีทั้งข้าวนาสวนและข้าวไร่ 

'ปลานิล'

ปลาพระราชทานจากรัชกาลที่ 9 สร้างอาหารแก่คนไทย

"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่โปรดเสวยปลานิล ทุกครั้งที่มีผู้นำปลานิลไปตั้งเครื่องเสวย จะโบกพระหัตถ์ให้ย้ายไปไว้ที่อื่น โดยไม่รับสั่งอะไรเลย จนวันหนึ่งมีผู้กล้าหาญชาญชัยกราบบังคมทูลถามว่า เพราะเหตุใดจึงไม่โปรดเสวยปลานิล มีรับสั่งว่า “ก็เลี้ยงมันมาเหมือนลูก แล้วจะกินมันได้อย่างไร”

เรื่องราวความเป็นมาของ “ปลานิล” เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2508 สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโต เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศมกุฏราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุ่น ได้น้อมเกล้าฯ ถวายปลาน้ำจืดในตระกูลทิลาเปีย (tilapia) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tilapia nilotica Linn. จำนวน 50 ตัว แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และทรงพระราชทานชื่อปลาชนิดนี้เป็นภาษาไทยว่า "ปลานิล" มีความหมายว่า มีสีดำ คือสีนิล และออกเสียงตามพยางค์ต้นของชื่อชนิด คือคำว่า "nil" มาจาก "nilotica" ซึ่งชื่อพระราชทานนี้เป็นชื่อที่สั้น มีความหมายชัดเจนและง่ายแก่การจดจำสำหรับประชาชนทั่วไป ทรงพระราชทานแนวทาง ในการอนุรักษ์พันธุ์ปลานิล จากการทดลองเลี้ยงด้วยพระองค์เอง และต่อมาพระราชทานพันธุ์ปลานิลให้กับกรมประมงจำนวนหนึ่ง เมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2509 เพื่อนำไปขยายพันธุ์และแจกจ่ายแก่พสกนิกร และปล่อยลงไว้ตามแหล่งน้ำต่าง ๆ เนื่องจากปลานิลมีคุณลักษณะพิเศษหลายอย่าง เช่น กินอาหารได้ทุกชนิด เช่น ไรน้ำ ตะไคร่น้ำ ตัวอ่อนของแมลงและสัตว์น้ำเล็ก ๆ มีขนาดลำตัวใหญ่ ความยาวประมาณ 10-30 เซนติเมตร แพร่ขยายพันธุ์ง่าย และมีรสชาติดี

'ผักโครงการหลวง' 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงวางรากฐานเอาไว้เพื่อช่วยเหลือชาวเขาที่ยากจนและทดแทนการปลูกฝิ่น จนกระทั่งประสบความสำเร็จอย่างงดงามในปัจจุบัน และได้รับการพัฒนาเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพมากมาย  อีกทั้งยังรสชาติดี  รวมทั้งมีประโยชน์ต่อร่างกาย การบริโภคผักจากโครงการหลวงยังช่วยสานต่อโครงการตามแนวพระราชดำริอีกด้วย