รู้จักนักออกแบบตัวอักษรช่างชุ่ยที่ไม่ชุ่ย

รู้จักนักออกแบบตัวอักษรช่างชุ่ยที่ไม่ชุ่ย

พูดถึงคำว่าศิลปิน คาแรคเตอร์หรือภาพลักษณ์อาจเป็นสิ่งแรกที่คุณนึกถึง ต้องเซอร์เข้าไว้ ต้องพูดไม่รู้เรื่องเข้าไว้ ต้องมีโลกส่วนตัวที่น้อยคนนักจะสามารถเข้าถึงเข้าไว้ ทว่าเหล่านั้น เป็นเพียงคำจำกัดความที่คุณหรือใครต่างสร้างขึ้นทั้งนั้น เพราะการเรียกใครสักคนว่าเป็นศิลปิน มันไม่ใช่เรื่องของสิ่งปรุงแต่งจากภายนอก แต่มันเป็นเรื่องของการใช้ชีวิต วิธีคิด และผลงานที่เขาสร้างขึ้น

changchui-blog-ekaluck01.jpg

changchui-blog-ekaluck02.jpg

‘เอก’ เอกลักษณ์ เพียรพนาเวช เป็นนักออกแบบตัวอักษรที่มีความเป็นศิลปินสูงมาก งานของเอกไม่ใช่แค่เรื่องของการใช้ความคิดแต่มันเป็นการคิดซ้อนมองลึกเข้าไปในทุกความรู้สึกของตัวอักษรที่ถูกออกแบบขึ้นว่ามันจะสามารถส่งอารมณ์สนทนากับคนดูได้แม้พยัญชนะหรือสระเหล่านั้นจะไม่มีปากเลยก็ตาม แรงบันดาลใจของเอกในการประกอบอาชีพนี้ไม่ได้มีอะไรหวือหวามากมาก

changchui-blog-ekaluck03.jpg

มันเริ่มจากสมัยเรียนหนังสือที่เอกดันโชคดีได้ใช้คอมพิวเตอร์ตัวที่มีรุ่นพี่ก่อนหน้าโหลดฟอนต์เอาไว้เยอะมาก ทำให้รายงานทุกชิ้นของเอกต่างจากคนอื่นอย่างชัดเจนเพราะเอกเปลี่ยนรูปแบบตัวอักษรที่ใช้ไปเรื่อยๆ จนพอเข้ามหาวิทยาลัย งานของเอกโดดเด่นมากในเรื่องตัวอักษร ท้ายที่สุด เอกเลือกทำออกแบบตัวอักษรเป็นวิทยานิพนธ์ก่อนจบปริญญาตรี ซึ่งสมัยนั้นยังไม่เคยมีนักศึกษาคนไหนเคยทำหัวข้อนี้มาก่อนเลย ซึ่งฟอนต์แรกของเอกที่ทำขึ้นในตอนนั้นใช้ชื่อฟอนต์ว่า ‘ขบถ’ แล้วตัวอักษรที่ค่อยๆ ก่อร่างสร้างแบบขึ้นก็ผลิดอกออกผลผ่านคำถามและตอบ นำพาเอกมาจนถึงวันนี้

changchui-blog-ekaluck05.jpg

ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ อย่าหวังผลสำเร็จ ถ้าไม่รู้จักความพยายามและการรอคอย

ย้อนกลับไปสักยี่สิบปีก่อน ใครจะเชื่อว่าการออกแบบตัวอักษรจะกลายมาเป็นอาชีพที่ใช้เลี้ยงปากเลี้ยงท้องมนุษย์งานได้จริง ปัจจุบันมีบริษัทรับออกแบบตัวอักษรในประเทศไทยที่ทำงานอย่างเป็นระบบอยู่ไม่กี่เจ้า หนึ่งในนั้นคือ Kerning Matters บริษัทกราฟิกของเอกซึ่งมีส่วนของสตูดิโอ TypeK ดูแลเรื่องการจัดจำหน่ายฟอนต์ ปัจจุบันเอกเป็นอาจารย์พิเศษสอนอยู่ที่ภาควิชานิเทศศิลป์ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เอกเคยมีโอกาสได้ร่วมแสดงงานศิลปะในนิทรรศการภาพถ่ายโบราณฉายาลักษณ์สยาม โดยการนำเอาลายเซ็นตัวอักษร และโลโก้ของช่างภาพในสมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ซึ่งปรากฏอยู่ด้านหลังของภาพถ่ายมาเล่าใหม่ในรูปแบบของตัวเอง และจากงานนั้น วันดีคืนดีก็มีโทรศัพท์ลึกลับจากช่างชุ่ยมาหาเอกเพื่อชวนร่วมงาน

changchui-blog-ekaluck08.jpg

เอกนึกในใจ ‘แล้วช่างชุ่ยคืออะไร’?!

ครั้งแรกที่ได้ยินคำว่า ‘ช่างชุ่ย’ จากปลายสาย หน้าของช่างที่กำลังก่อสร้างบ้านใหม่ให้เอกลอยมาเลยทันที เพราะช่างพวกนี้ชอบทำงานสะเปะสะปะ ชุ่ยได้โล่มาก เจอเรื่องเพลียๆ กับช่างไม่เว้นแต่ละวัน เอกซื้อไฟกรอบสี่เหลี่ยมมาให้ใส่ ช่างก็ปีนเจาะฝ้าเลยเดี๋ยวนั้นแต่เจาะเป็นวงกลม แล้วมันจะใส่ได้ไหม? ไม่นับรวมอุปกรณ์ครื่องมือที่ช่างมักจะเลือกหยิบใช้ตามความถนัดมากกว่าวัตถุประสงค์ วัดก๊อกน้ำทีออกมาก็เหลื่อมอีก

changchui-blog-ekaluck11.jpg

changchui-blog-ekaluck12.jpg

changchui-blog-ekaluck10.jpg

“แต่ก็มีเหมือนกันนะครับที่บางทีทำๆ บ้านอยู่ ช่างดันไปทุบผนังออก พอเราหันไปเจอรอยแตกก็เห้ย สวยดีวะ เก็บไว้แบบนี้ละ มันทำให้ผมนึกถึงแนวคิดแบบวาบิซาบิของเซนที่พูดถึงความงามของวัสดุจากพื้นผิวสัมผัสที่เป็น ซึ่งถ้าไม่ได้ความชุ่ยของช่าง ความงามในแบบหยาบๆ บนรอยแตกของกำแพงนั่นก็คงไม่เกิด”

changchui-blog-ekaluck07.jpg

changchui-blog-ekaluck06.jpg

changchui-blog-ekaluck09.jpg

คุณคงเห็นตัวอักษรคำว่าช่างชุ่ยที่ใช้เป็นโลโก้ผ่านตากันบ้างแล้ว ซึ่งกว่าจะได้ตัวอักษรคำนี้มา ต้องใช้ทั้งเวลาและการรอคอย โดยในดราฟท์แรกๆ เอกใช้วิธีเขียนแบบปากกาหัวตัดหลายๆ แบบซึ่งเป็นวิธีคิดงานแบบงานกราฟิก จนทำไปทำมา จึงค่อยๆ พัฒนากลายมาเป็นศิลปะงานฟอนต์หนึ่งชิ้น ซึ่งนอกจากจะมีลักษณะเป็นที่จดจำได้ง่ายแล้ว ยังบอกถึงบุคลิกของครีเอทีฟสเปซแห่งนี้ด้วย

‘ทุกมิลลิเมตรในความชุ่ยมีความวิจิตรในตัวมัน’

เรื่อง / ภาพ : พัทริกา ลิปตพัลลภ

คลิกเพื่อชมผลงานออกแบบอื่นๆ ของเอก