จอนนอนไร่ มนุษย์ขายผักในกลาสเฮ้าส์เรือนกระโหลก

จอนนอนไร่ มนุษย์ขายผักในกลาสเฮ้าส์เรือนกระโหลก

ไม่ใช่ทุกคนที่จะยอมรับว่าตัวเองเพี้ยน ไม่ได้แกล้งเพี้ยน เพี้ยนจริง และเพี้ยนมาตั้งแต่เด็ก

ตุ้ย เสกสรรค์ อุ่นจิตติ เป็นคนทำโฆษณามาแทบทั้งชีวิตที่มีความขัดแย้งในตัวเองตลอดเวลา เขาชอบวิทยาศาสตร์แต่สนใจศิลปะ เขาอยากเรียนวิศวกรรมศาสตร์แต่ก็ดันตกเลข เขาเป็นคนอยากรู้อยากเห็นที่ต้องหาคำตอบ แม้จะต้องดูโง่ในสายตาคนอื่นหรือเจ็บตัวก็ตาม เขาชอบความสงัดแต่ก็ทนอยู่กับความเงียบได้ไม่นาน ต้องวิ่งออกจากป่าเขาไปตามหาความอึกทึก ในยุคหนึ่ง ผลงานโฆษณาที่เขาเป็นคนคิดในฐานะครีเอทีฟได้รับรางวัลมากมาย เขาก้าวขึ้นไปถึงตำแหน่งของ MD บริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ได้เงินเดือนหลายแสน และเขาก็ลาออกไปเป็นนักเดินทาง โดยปัจจุบันเสกสรรค์มีฟาร์มผักออร์แกนิคอยู่ที่เขาใหญ่ ผักอะไรที่ชาวบ้านไม่ปลูก เขาปลูกหมด

 changchui-blog-john-02.jpg

คนอะไรปลูกมักกะลีผล !

วัยเด็กของเสกสรรค์ โตมากับก๋ง ก๋งของเขาเป็นทั้งนักวิทยาศาสตร์และนักประดิษฐ์ ตอนเล็กๆ เขามักจะชอบหายตัวออกจากบ้านที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่ วิ่งไปยังเรือนลึกลับประหนึ่งฉากในหนังห้องหุ่นที่ท้ายสวนของก๋ง ที่นั่นเต็มไปด้วยเครื่องจักรกลและข้าวของประหลาดที่ก๋งประดิษฐ์ขึ้นมา แต่ขณะเดียวกันก๋งก็ชอบวาดรูป ต่อรูป ก๋งวาดนานเป็นปีไม่เสร็จสักที ตอนนั้นเสกสรรค์ได้แต่นึกในใจ ‘เสียเวลา ก๋งวาดอะไร ไม่เห็นจะสวยเลย’ โดยที่เด็กท้ายสวนในวันนั้นก็ไม่ได้รู้ตัวเองเลยว่าความเป็นก๋งในหลายๆ ด้านกำลังค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาในตัวเขา

changchui-blog-john-03.jpg

หลังเรียนจบมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เสกสรรค์เข้าทำงานในบริษัทโฆษณา โดยมี ต่อ สันติศิริ เป็นเจ้านายคนแรก วิธีการคิดงานของเสกสรรค์ไม่ต่างอะไรกับรูปแบบการใช้ชีวิตที่เขาเป็น

‘ถ้าโลกเป็นอะไร ผมจะไม่ทำตาม ถ้าโลกเป็นแบบไหน ผมจะเป็นอีกแบบ’

changchui-blog-john-04.jpg

หลังทำงานกับเจ้านายคนแรก เสกสรรค์ใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ในแวดวงโฆษณาโดยย้ายออฟฟิศทุกสามปีด้วยเหตุผลว่า ‘บริษัทโฆษณาก็เหมือนโรงเรียน เมื่อไม่มีอะไรให้เรียนแล้ว ก็ต้องเปลี่ยนที่เรียน’ เขาไต่ระดับ group head ขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงระดับของ MD บริษัทแมทช์บอกซ์ ที่เขาทำได้เพียงสองปีก็ลาออก เพราะรู้สึกว่าชีวิตมันไม่ใช่

“ตราบใดที่เรามีกบาล ไม่เห็นต้องห่วงอะไร ชีวิตนี้ผมกลัวอย่างเดียวว่าตัวเองจะฟั่นเฟือน” เสกสรรค์ว่าแบบนั้น

changchui-blog-john-05.jpg

หลังลาออกจากตำแหน่งผู้บริหาร เสกสรรค์เปิดบริษัทโฆษณาเล็กๆ เป็นของตัวเอง ธุรกิจของเขาไม่เคยประสบปัญหาเรื่องลูกจ้าง เพราะทั้งบริษัทเขาทำอยู่คนเดียว ตั้งแต่ปัดกวาดเช็ดถู พนักงานบัญชี ครีเอทีฟ อาร์ตไดเรคเตอร์ ไปจนเป็นผู้บริหาร เขาจัดระบบชีวิตตัวเองใหม่หมด รับงานแค่ปีละสามถึงสี่งาน เอาแค่พออยู่ได้ แล้วเอาเวลาที่เหลือไปออกเดินทางทั่วประเทศไทย และตัดสินใจทำเกษตรแบบเต็มตัวด้วยการซุ่มซ้อมและเรียนรู้เองจากหลายช่องทางจนเกิดเป็น ‘จอนนอนไร่’ ฟาร์มผักออร์แกนิคที่ใช้ครีเอทีฟมาขายผัก ส่วนที่ช่างชุ่ย มนุษย์ขายผักในร่างมนุษย์โฆษณาจะมากับ glasshouse เรือนกะโหลกและไม้เมืองหนาว (Skull Corner) ที่มันคือสุดติ่งของความเพี้ยน แต่อัจฉริยะบนโลกใบนี้มากมายก็เคยถูกตราหน้าว่าเพี้ยนไม่ใช่เหรอ ?

เรื่อง / ภาพ : พัทริกา ลิปตพัลลภ